“ของหวาน” เป็นของกินที่ใครๆ ต่างก็หลงใหลที่จะหามารับประทานกันทั้งนั้น โดยเฉพาะสาวๆ แล้ว ของหวานเป็นสิ่งสามารถเยียวยาได้เกือบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ครับ ยิ่งเป็นของหวานอย่าง “ไอติมหรือไอศครีม” แล้วหล่ะก็…ยิ่งอร่อยมากๆ เลย บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “5 ร้านไอติมสไตล์ฝรั่งที่คุณต้องลอง” กันครับ จะมีร้านไหนบ้างนั้น เราไปดูกันดีกว่าครับ
ทำความรู้จักประวัติของไอศครีม
ไอศกรีม เป็นของหวานแช่แข็งชนิดหนึ่ง ได้จากการผสมส่วนผสม นำไปผ่านการฆ่าเชื้อ แล้วจากนั้นนำไปปั่นในที่เย็นจัด เพื่อเติมอากาศเข้าไปพร้อม ๆ กับการลดอุณหภูมิ โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม ไอศกรีมตักโดยทั่วไปจะต้องผ่านขั้นตอนการแช่เยือกแข็งอีกครั้งก่อนนำมาขายหรือรับประทาน ต้นกำเนิดของไอศกรีมนั้น ไม่เป็นที่แน่ชัดมาเริ่มจากไหน บางข้อมูลก็ว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรแห่งจักรวรรดิโรมัน ที่ได้มีการพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมทหาร โดยในสมัยนั้นทำจากเกล็ดน้ำแข็ง (หิมะ) ผสมน้ำผึ้งและผลไม้ ซึ่งคล้ายกับไอศกรีมซอร์เบท์ในปัจจุบัน แต่บ้างก็ว่ามาจากประเทศจีน เกิดจากเมื่อสมัยโบราณที่นมถือเป็นของหายาก จึงได้มีการคิดวิธีเก็บรักษาโดยการเอาไปฝังในหิมะ จึงเกิดเป็นไอศกรีมขึ้น แม้จะไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับไอศกรีมอย่างทุกวันนี้
ไอศครีมมีกี่ประเภท
ไอศครีมถูกแบ่งออกเป็นทั้ง 7 ประเภท ได้แก่…
●ไอศกรีมทั่วไป ไอศกรีมธรรมดาที่คนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกัน มีส่วนผสมของนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม น้ำตาล และวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงแต่งกลิ่น รส เนื้อเหนียว เนียน นุ่มลิ้น โดยต้องผ่านขั้นตอนการตีปั่นให้ความเย็นจนเหนียวหนืด แล้วแช่แข็งอีกครั้งจึงจะกินได้
●กรานิต้า ไอศกรีมแบบเกล็ดน้ำแข็ง มีต้นกำเนิดจากแคว้นซิซิลี ทางใต้ของอิตาลี มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ น้ำตาล อาจมีส่วนผสมของเหล้าหรือกาแฟด้วยก็ได้ ไม่ผ่านการตีส่วนผสม เนื้อจึงมีลักษณะเป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียดไม่เท่ากัน ให้ความรู้สึกกรุบกรอบ สดชื่น
●เชอร์เบท มีส่วนผสมของผลไม้ น้ำตาล บวกกับนม ครีม ไข่ขาว เจลาติน หรือเนยอีกเล็กน้อย เนื้อจึงมีความเหนียว เนียนละเอียด มีความเข้มข้นกว่าซอร์เบต์ แต่ยังเบากว่าไอศกรีมธรรมดา รสชาติออกเปรี้ยวหรือหวานแบบกลมกล่อม ไม่เข้มข้นแบบซอร์เบต์
●ซอฟต์เสิร์ฟ ไอศกรีมนมเนื้อเนียนนุ่ม เสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงกว่าไอศกรีมชนิดอื่น และไม่ต้องแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ แต่จะนำส่วนผสมใส่เครื่องแล้วบีบใส่โคนหรือถ้วยไอศกรีมได้เลย เนื้อสัมผัสจึงเนียนนุ่มละลายในปาก และละลายเร็วมาก
●ซอร์เบต์ มีส่วนผสมหลักเพียง 2 อย่างคือ ผลไม้ และน้ำตาล โดยอาจมีน้ำ กรด หรือส่วนผสมอีกเล็กน้อย แต่จะไม่มีส่วนผสมของนมหรือไขมัน ซอร์เบต์คล้ายกรานิต้า แต่มีการตีส่วนผสม เนื้อจึงเป็นเกล็ดละเอียด นุ่ม รสชาติผลไม้เข้มข้นออกเปรี้ยวหรือหวานตามรสชาติผลไม้ที่นำมาทำ
●เจลาโต้ คำว่า gelato เป็นภาษาอิตาเลี่ยน มาจากคำว่า frozen มีต้นกำเนิดจากอิตาลี และมีปริมาณไขมันน้อยกว่าไอศกรีมอื่นๆ ทำให้ได้รับรสชาติได้อย่างเต็มที่ชัดเจน เจลาโต้ยังมีปริมาณอากาศ (overrun) น้อยกว่าไอศกรีมทั่วไป เนื้อจึงแน่น แต่เนียนนุ่มลิ้น
●ไอศกรีมโยเกิร์ต ขวัญใจคนคุมน้ำหนักแต่ตัดใจจากไอศกรีมไม่ได้ มีส่วนผสมหลักคือไอศกรีมและโยเกิร์ต ให้รสชาติผสมผสานระหว่างหวานกลมกล่อมแบบไอศกรีมกับเปรี้ยวเล็กนัอยแบบโยเกิร์ต เนื้อไม่แน่น แต่เนียนนุ่มละมุนลิ้น
5 ร้านไอติมสไตล์ฝรั่ง
●ร้านพิค มี เจลาโต้ ร้านนไอศครีมโฮมเมดที่ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะเป็นไอศครีมไร้นมแบบ Low Fat สไตล์ไอศกรีมเจลาโต้ ดังนั้นทานได้เยอะและมีรสชาติให้เลือกถึง 45 รสชาติเลยหล่ะครับ
●Emack and Bolio’s Thailand ร้านไอศครีมสัญชาติอเมริกาที่มีความอร่อยแบบคุณภาพเกรดเอ นอกจากไอศกรีมเนื้อแน่นแสนอร่อยชมีมากมายหลายรสชาตติให้ได้ลิ้มลองกันครับ
●ร้าน IceDEA ร้านนี้ไม่เพียงแค่ไอศกรีมเท่านั้น แต่ไอศกรีมที่ชิ้นที่ทำขึ้นมาได้ผ่านกระบวนการคิด การออกแบบ และการสร้างสรรค์ให้ไอศครีมเป็นมากกว่าไอศกรีม ไอศกรีมของที่ร้านก็จะมีดีไซน์แปลกๆ ไม่ซ้ำกัน แต่หน้าตาน่ารักสุดๆ
●Stick House Thailand ร้านไอศกรีมที่มีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งทำให้การทานไอติมแท่งเป็นเรื่องสนุก และมาพร้อมกกับความอร่อยแบบไม่ซ้ำใครกันเลยหล่ะครับ
●Guss Damn Good ร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีจุดกำเนิดมาจากบอสตัน มีชื่อรสแปลกๆมากมาย ให้ได้เลือกรับประทานกันครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ “5 ร้านไอติมสไตล์ฝรั่งที่คุณต้องลอง” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความนี้กันครับ หวังว่าจะชอบกันนะครับ
